Spread the love

ดอกเบี้ยคงที่ vs ดอกเบี้ยลอยตัว เลือกแบบไหนดีสำหรับการกู้บ้านระยะยาว

การตัดสินใจกู้บ้านถือเป็นภาระผูกพันทางการเงินระยะยาวที่อาจกินเวลาถึง 20–30 ปี หนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อจำนวนเงินที่ต้องผ่อนในแต่ละเดือนและยอดดอกเบี้ยรวมตลอดสัญญา คือ ประเภทของอัตราดอกเบี้ย โดยทั่วไปสินเชื่อบ้านจะแบ่งเป็น 2 รูปแบบหลัก ได้แก่ ดอกเบี้ยคงที่ และดอกเบี้ยลอยตัว การทำความเข้าใจความแตกต่างจะช่วยให้วางแผนการเงินได้อย่างมั่นใจมากขึ้น

ดอกเบี้ยคงที่คืออะไร

ดอกเบี้ยคงที่ (Fixed Rate) คือ อัตราดอกเบี้ยที่กำหนดไว้ตายตัวในช่วงเวลาที่ระบุ เช่น 1 ปีแรก 3 ปีแรก หรือ 5 ปีแรก โดยอัตราดอกเบี้ยจะไม่เปลี่ยนแปลงตามภาวะตลาดในช่วงเวลาดังกล่าว

ข้อดีของดอกเบี้ยคงที่

  • ค่างวดผ่อนชำระรายเดือนคงที่ วางแผนงบประมาณได้ง่าย

  • ไม่ต้องกังวลกับความผันผวนของดอกเบี้ยในตลาด

  • เหมาะกับผู้ที่ต้องการความมั่นคงทางการเงิน

ข้อจำกัดของดอกเบี้ยคงที่

  • มักมีอัตราดอกเบี้ยเริ่มต้นสูงกว่าดอกเบี้ยลอยตัว

  • เมื่อหมดช่วงคงที่ อัตราดอกเบี้ยอาจปรับเป็นลอยตัว

  • บางธนาคารมีเงื่อนไขค่าปรับหากปิดบัญชีก่อนกำหนด

ดอกเบี้ยลอยตัวคืออะไร

ดอกเบี้ยลอยตัว (Floating Rate) คือ อัตราดอกเบี้ยที่ปรับเปลี่ยนตามอัตราอ้างอิงของธนาคาร เช่น MLR, MOR หรือ MRR ซึ่งขึ้นอยู่กับภาวะเศรษฐกิจและนโยบายทางการเงิน

ข้อดีของดอกเบี้ยลอยตัว

  • อัตราดอกเบี้ยเริ่มต้นมักต่ำกว่าแบบคงที่

  • หากดอกเบี้ยตลาดลดลง ค่างวดผ่อนอาจลดลงตาม

  • เหมาะกับผู้ที่รับความเสี่ยงได้และมีรายได้ยืดหยุ่น

ข้อจำกัดของดอกเบี้ยลอยตัว

  • ค่างวดผ่อนอาจเพิ่มขึ้นหากดอกเบี้ยปรับสูงขึ้น

  • วางแผนการเงินระยะยาวได้ยากกว่า

  • ต้องติดตามภาวะดอกเบี้ยอย่างสม่ำเสมอ

เปรียบเทียบดอกเบี้ยคงที่และดอกเบี้ยลอยตัวแบบชัดเจน

ความมั่นคงของค่างวด

ดอกเบี้ยคงที่ให้ความมั่นคงสูงในช่วงเวลาที่กำหนด ขณะที่ดอกเบี้ยลอยตัวมีความผันผวนตามตลาด

ความเสี่ยง

ดอกเบี้ยคงที่มีความเสี่ยงต่ำในช่วงแรก ส่วนดอกเบี้ยลอยตัวมีความเสี่ยงจากการปรับขึ้นของอัตราดอกเบี้ย

โอกาสประหยัดดอกเบี้ย

หากแนวโน้มดอกเบี้ยขาลง ดอกเบี้ยลอยตัวอาจช่วยประหยัดดอกเบี้ยได้มากกว่า

กู้บ้านระยะยาวควรเลือกแบบไหนดี

การเลือกดอกเบี้ยสำหรับการกู้บ้านระยะยาวขึ้นอยู่กับปัจจัยส่วนบุคคล ดังนี้

1. ความสามารถในการรับความเสี่ยง

หากต้องการความแน่นอนและไม่ต้องการความกังวลเรื่องค่างวดที่เพิ่มขึ้น ดอกเบี้ยคงที่อาจเหมาะสมกว่า
หากมีรายได้เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง และสามารถรับความผันผวนได้ ดอกเบี้ยลอยตัวอาจเป็นทางเลือกที่ดี

2. แนวโน้มเศรษฐกิจ

ในช่วงที่ดอกเบี้ยอยู่ในระดับต่ำและมีแนวโน้มปรับขึ้น การเลือกดอกเบี้ยคงที่ช่วยลดความเสี่ยง
ในช่วงที่ดอกเบี้ยสูงและมีแนวโน้มลดลง ดอกเบี้ยลอยตัวอาจสร้างความได้เปรียบ

3. แผนการรีไฟแนนซ์

ผู้กู้หลายคนเลือกดอกเบี้ยคงที่ในช่วงแรก 3 ปี จากนั้นรีไฟแนนซ์ไปยังธนาคารใหม่เพื่อรับโปรโมชั่นดอกเบี้ยต่ำ วิธีนี้ช่วยลดต้นทุนดอกเบี้ยระยะยาวได้

ทางเลือกยอดนิยม: ดอกเบี้ยแบบผสม

ปัจจุบันธนาคารจำนวนมากเสนอแพ็กเกจแบบผสม เช่น คงที่ 3 ปีแรก แล้วปรับเป็นลอยตัวหลังจากนั้น รูปแบบนี้ช่วยให้ผู้กู้ได้รับความมั่นคงในช่วงเริ่มต้น และมีความยืดหยุ่นในระยะต่อไป

เทคนิคเลือกดอกเบี้ยกู้บ้านให้คุ้มที่สุด

เปรียบเทียบอัตราดอกเบี้ยที่แท้จริง (Effective Rate)

ไม่ควรดูเฉพาะดอกเบี้ยปีแรก ควรคำนวณดอกเบี้ยเฉลี่ย 3–5 ปี เพื่อเห็นภาพรวมต้นทุนจริง

ตรวจสอบค่าธรรมเนียมและเงื่อนไข

อ่านรายละเอียดเกี่ยวกับค่าปรับปิดบัญชีก่อนกำหนด ค่าประเมินหลักทรัพย์ และค่าธรรมเนียมอื่นๆ

วางแผนเงินสำรอง

ควรมีเงินสำรองอย่างน้อย 6 เดือนของค่างวดผ่อน เพื่อรองรับความผันผวนในกรณีเลือกดอกเบี้ยลอยตัว

สรุป ดอกเบี้ยคงที่ vs ดอกเบี้ยลอยตัว เลือกแบบไหนดีสำหรับการกู้บ้านระยะยาว

ดอกเบี้ยคงที่เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการความมั่นคงและวางแผนงบประมาณได้ชัดเจน ขณะที่ดอกเบี้ยลอยตัวเหมาะกับผู้ที่รับความเสี่ยงได้และต้องการโอกาสประหยัดดอกเบี้ยในช่วงตลาดขาลง

ไม่มีรูปแบบใดดีที่สุดสำหรับทุกคน การเลือกควรพิจารณาจากรายได้ ความเสี่ยงที่ยอมรับได้ แนวโน้มเศรษฐกิจ และแผนการเงินในระยะยาว หากวางแผนอย่างรอบคอบ การกู้บ้านระยะยาวจะเป็นภาระที่บริหารจัดการได้ และช่วยสร้างความมั่นคงให้ชีวิตในอนาคต

สนใจโครงการบ้านติดต่อเรา : www.phitsanulok-property.com

Spread the love